
พักนี้วีซ่าเข้าออสเตรเลียดูจะเข้มงวดขึ้นทุกวัน ดูเหมือนรัฐบาลชุดนี้จะไม่ค่อยส่งเสริมให้คนเข้าประเทศเขาด้วยวีซ่าชั่วคราวเอาซะเลย ค่อยๆปิดช่องทางของวีซ่าแต่ละตัว ตั้งแต่วีซ่าทักษะ วีซ่านักเรียน กระทั่งกับวีซ่าท่องเที่ยวที่เคยออกให้ง่ายๆในยุครัฐบาลชุดเก่าที่มีการส่งเสริมการศึกษา การท่องเที่ยวของประเทศมาเป็นอุตสาหกรรมในระดับต้นๆของประเทศออสเตรเลีย รองๆจากอุตสาหกรมเหมืองแร่เลยทีเดียว ความที่ช่วงนี้คุณหมอวีซ่าทำงานอยู่ที่สำนักงาน CP International Education & Migration Centre ที่เมืองไทย จึงมีโอกาสคุยกับผู้ที่ถูกปฏิเสธวีซ่าแต่ละประเภทที่เข้ามาพบและให้แก้เคสให้เกือบทุกวัน บอกได้เลยว่า หากจะยื่นวีซ่าจากเมืองไทยเข้าออสฯในยุคปัจจุบัน ระเบียบมันเข้มงวดขึ้นอีกมากเลย จึงควรเตรียมเอกสารเข้าไปดีๆกันนะคะ
แต่ที่แน่ๆ วีซ่าที่คุณหมอวีซ่าเห็นว่ารัฐบาลยังอลุ่มอล่วยให้กันอยู่ ก็เห็นจะได้แก่วีซ่าสำหรับบิดามารดา โดยคุณหมอวีซ่าเชื่อว่าหลายๆท่านที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียมานานปี ได้ก่อร่างสร้างตัว หรือสร้างครอบครัว หลายท่านก็มีลูกน้อยๆตามกันมาให้คุณปู่-ย่า-ตา-ยายชื่นใจกัน อนึ่ง ด้วยความกตัญญู จึงคิดอยากพาพ่อแม่ของตนเองมาอาศัยอยู่ด้วยกันในประเทศนี้ นัยหนึ่งก็ได้เลี้ยงดูท่านยามชรา อีกนัยท่านก็ช่วยเลี้ยงหลาน ช่วยให้เราไปทำงานค้าธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยฝากเจ้าตัวน้อยกับศูนย์โน่นนี่ หรือคอยรบกวนคนเลี้ยงไปทั่ว ครอบครัวก็จะดูมีความสุขดีนะคะ วันนี้คุณหมอวีซ่าจึงอยากเขียนเรื่องของ Parent Visas ที่หลายๆคนคงได้ยินมาว่าค่าใช้จ่ายในการทำวีซ่าพ่อแม่นั้นสูงชะลูด หากไม่มีเงินเก็บก็คงไม่สามารถพาพ่อแม่มาอยู่ได้ อันนี้ก็ถูกเพียงบางส่วน แต่การทำวีซ่าพ่อแม่นั้นมีหลายประเภทและอาจจะไม่ยากอย่างที่คิดก็ได้ค่ะ
ก่อนอื่น คุณหมอวีซ่าขอชี้แจงว่า Parent Visas นั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. Parent category - วีซ่าพ่อแม่ประเภททั่วไป
-- Parent Visa (Migrant) sc 103 (offshore/onshore)
-- Aged Parent (Residence) sc 804 (onshore)
2. Contributory parent category - วีซ่าพ่อแม่ที่ต้องลงทุนสมทบ
-- Contributory Parent (Migrant) sc 143 (offshore/onshore)
-- Contributory Parent (Temporary) sc 173 (onshore/offshore)
-- Contributory Aged Parent (Residence) sc 864 (onshore)
-- Contributory Aged Parent (Temporary) sc 884 (onshore)
ในกลุ่ม Parent Visas แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกคือวีซ่าสำหรับพ่อแม่ทั่วไป และวีซ่าที่ต้องลงทุนสมทบ สำหรับวีซ่าที่เป็นที่นิยมยื่นกันบ่อย ก็คือ sc 103 และ sc 143 แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในประเภทแรกนั้นถูกกว่าประเภท contributory ครึ่งต่อครึ่ง แต่เนื่องจากระยะเวลาในการรอวีซ่าอนุมัตินั้นใช้เวลานานกว่ามาก ซึ่งในปัจจุบันตามนโยบายประชากรของรัฐบาลออสเตรเลียในปัจจุบันนี้ระยะเวลาในการรอ parent visas โดยเฉพาะในประเภทแรกนั้นใช้เวลารอทั้งหมดประมาณ 20 ปี เนื่องจากมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดคิวที่ยาวเป็นหางงูในการอนุมัติวีซ่า ในขณะที่วีซ่าประเภทที่สองนั้นใช้ระยะเวลารอเพียงแค่ประมาณ 2 ปี ถึงแม้ว่าจะมีค่าสมทบทุนที่เรียกว่า Contributory fund ที่ค่อนข้างสูงตามมา แต่ลูกๆที่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ตรงส่วนนี้ได้ เขาก็ไม่ mind กัน จึงทำให้วีซ่าประเภท Contributory sc 143 และ sc173 เป็นที่นิยมมากกว่า ว่ากันแล้ว จะให้พ่อแม่รอตั้ง 20 ปีถึงมาอยู่กับเราได้ อายุท่านก็มากขึ้นทุกวัน จะเป็นไปได้ไง จริงไหมคะ คุณหมอวีซ่ามักพูดเสมอว่าท่านเลี้ยงดูเรามาแต่เกิดจนโต แล้วเราจะตอบแทนท่านบ้าง ทำไมจะไม่ได้หล่ะ แต่ถ้าเป็นได้ ก็พึงทำในระหว่างที่ท่านยังแข็งแรง สามารถเดินทางมาอยู่กับเราได้จะดีกว่านะคะ
คุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่าพ่อแม่
1. เป็นพ่อแม่ของตัวสปอนเซอร์ดังนี้
- Natural parent (เป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิด)
- พ่อแม่บุญธรรม
- พ่อแม่ของลูกที่เกิดจาก surrogate arrangement คือฝากท้องหญิงอื่นตั้งครรภ์ให้ เป็นต้น
2. ส่วนลูกที่เป็นสปอนเซอร์นั้น จะต้องเป็นพีอาร์หรือเป็นซิติเซ่น และต้องอยู่ในออสเตรเลียมาอย่างน้อย 2 ปี และมีหลักฐานแสดงชัดเจน
3. จะต้องผ่าน Balance of Family Test
4. มีผู้ค้ำประกัน (Assurance of Support)
5. ผ่านการตรวจสุขภาพและการสอบประวัติ (Character and Health Criteria)
คุณสมบัติส่วนใหญ่ของผู้สมัครวีซ่าพ่อแม่ก็เหมือนกับการสมัครวีซ่าทั่วไป ที่เราจะต้องแสดงหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ที่เป็นจริงระหว่างตัวผู้สมัคร (พ่อแม่) หรือลูกๆ แต่จริงๆแล้ว หลักฐานที่สำคัญที่สุดของการสมัครวีซ่าประเภทนี้ก็คือคุณสมบัติในข้อ 3 ที่ถ้าหากไม่ผ่านคุณสมบัติในข้อนี้ ก็จะถือว่าไม่เข้าข่ายเลยทันที
Balance of Family Test (ผ่านหรือไม่ผ่านกฎแห่งความสมดุลในครอบครัว)
คือผู้ยื่นจะต้องผ่านการทดสอบความสมดุลระหว่างครอบครัว กล่าวคือ สายสัมพันธ์ระหว่างลูกๆซึ่งอาศัยอยู่ในออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ ที่ได้กำหนดให้ลูกๆจำนวนเกินครึ่งของผู้สมัครจำต้องอาศัยอยู่ในออสเตรเลียและเป็นพีอาร์หรือถือสัญชาติออสเตรเลีย จึงจะมีสิทธิสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ ซึ่งถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ไม่ผ่านแบบทดสอบนี้ก็ไม่สามารถที่จะสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ ไม่ว่าจะกรณีใดๆก็ตาม
แล้วลูกๆหมายถึงใครบ้าง
- ลูกๆของพ่อแม่ ไม่ว่าจะมาจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน ทั้งที่แต่งงาน และไม่ได้แต่งงาน รวมทั้งลูกบุญธรรม หรือลูกเลี้ยง
- ลูกๆทั้งที่แต่งงาน ยังไม่ได้แต่งงาน หรือยังต้องพึ่งพาพ่อแม่อยู่
- ลูกๆที่อาจจะหายสาบสูญไป ติดต่อไม่ได้
ทั้งหมดนี้ ทางอิมมิเกรชั่นถือว่าเป็นลูกๆที่นับรวมอยู่ในแบบทดสอบนี้ทั้งหมด ถ้าหากจำนวนลูกๆไม่ถึงครึ่งที่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย ก็เท่ากับว่าไม่สามารถสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ค่ะ
ตัวอย่างเช่น
คุณพ่อสมหวังมีลูกทั้งหมด 3 คน ลูก 1 คนอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่อีก 2 คนนั้นอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย และได้ถือพีอาร์มากว่า 2 ปีแล้ว อย่างนี้คุณพ่อสมบัติก็มีคุณสมบัติครบถ้วนพอที่จะผ่าน Balance of Family Test ค่ะ
แต่ในขณะเดียวกัน คุณแม่มะลิมีลูก 4 คน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลียเป็น PR/citizen อีกคนถือวีซ่านักเรียนอยู่ในออสฯ ส่วนอีก 2 คนนั้นยังอยู่ไทย กรณีนี้ เท่ากับว่าคุณแม่มะลิก็ไม่มีสิทธิที่จะสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ค่ะ
Assurance of Support
ก็คือการค้ำประกันว่าจะเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ไปจนถึงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ทางรัฐจะอนุมัติให้เงินบำนาญหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆตามที่ประชาชนชาวออสเตรเลียพึงมี ซึ่งการค้ำประกันนี้เป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายที่สปอนเซอร์ หรือใครก็ตามจำต้องจัดเตรียมเงินทุนให้กับคุณพ่อคุณแม่ตลอดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ค้ำประกันจะต้องมีเงินมาช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่เป็นช่วงระยะเวลา 10 ปีของผู้ที่สมัคร sc 143 และ ระยะเวลา 2 ปี สำหรับผู้ที่สมัคร sc 103
การค้ำประกันนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกัน แต่ผู้ค้ำประกันในที่นี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นสปอนเซอร์ แต่เป็นผู้ค้ำประกันที่รับรองว่ายินดีรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้สมัครวีซ่า โดยเฉพาะในกรณีของพ่อแม่ เพื่อที่ว่าทางรัฐบาลจะได้ไม่ต้องรองรับภาระทางนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของเงินบำนาญ หรือประกันสุขภาพ ซึ่งถ้าหากสมัครวีซ่าที่สนับสนุนพ่อแม่มาที่นี่ sc 143 ผู้ค้ำประกันจะต้องการันตีว่ามีเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆของพ่อแม่ที่จะมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลา 10 ปี ระยะเวลาในการค้ำประกันเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับวีซ่า หรือนับแต่วันที่ผู้สมัครเข้ามายังประเทศออสเตรเลีย
ดังนั้นในกรณีที่สมัคร permanent Contributory Parent visa (ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยส่วนใหญ่จะนิยมสมัคร sc 143) ผู้ค้ำประกันจะต้องวางเงินถึงจำนวน $10000 เป็นค่ามัดจำตลอดระยะเวลา 10 ปี และ $4000 สำหรับผู้สมัครคนที่สอง
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.immi.gov.au/media/fact-sheets/34aos.htm
เมื่อคุณสมบัติพร้อมแล้วก็สามารถที่จะสมัครได้เลยค่ะ โดยเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบเข้าไปให้พร้อม เช่น หลักฐานแสดงว่าเป็นพีอาร์ หรือซิติเซ่น สูติบัตร (แสดงชื่อพ่อแม่ทั้งสองคน) หลักฐานพิสูจน์รายได้เป็นต้น
ตอนนี้หลายๆคนคงอยากทราบแล้วว่าค่าใช้จ่ายในการสมัครวีซ่าพ่อแม่นั้นเท่าไร แต่เนื่องจากเนื้อที่จำกัดคุณหมอวีซ่าจึงขอยกตัวอย่างเพียงวีซ่าบางประเภท โดยเฉพาะในประเภท Contributory Parent (Migrant) visa (subclass 143) ที่เป็นที่นิยมของคนไทย
Parent (Migrant) visa (subclass 103)
| Charge Type | Charge Amount |
| 1st instalment | $1995 |
| 2nd instalment | $1735 |
| 2nd instalment For applicants under 18 years | $1735 |
Contributory Parent (Migrant) visa (subclass 143)
| Charge Type | Charge Amount |
| 1st instalment | $1995 |
| 2nd instalment | $40 015 |
| 2nd instalment For applicants under 18 years | $1730 |
น้องๆทั้งหลายคงจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการสมัครประเภท Contributory มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่นั่นก็แลกมาด้วยช่วงเวลาที่เร็วขึ้นในการพิจารณาวีซ่า เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น เพราะเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่เสียไปก็อาจจะคุ้มค่าเมื่อเราสามารถพาคุณพ่อคุณแม่ได้มาอยู่ถาวรที่ประเทศออสเตรเลียได้ เพราะเพียงแค่ช่วงเวลา 10 ปีที่รอ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถได้รับสวัสดิการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาลต่างๆตามที่สิทธิของประชาชนออสเตรเลียพึงมี ดังนั้นคุณหมอวีซ่าจึงคิดว่านี่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งนัก นอกจากนี้ยังถือเป็นการลงทุนเพื่อคนที่เรารักอีกต่างหากนะคะ คุณพ่อคุณแม่ก็มีสิทธิที่จะได้มาอยู่อาศัยกับเราในประเทศแห่งนี้ และมีสิทธิทำธุรกิจหรือทำงานต่างๆได้อีกด้วยค่ะ
ก่อนจบ คุณหมอวีซ่าขอแถมถึงเคสของลูกน้อยรุ่น baby เชื่อไหมว่า เขาก็สามารถสปอนเซอร์คุณแม่ได้ ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากพ่อที่ถือ PR หรือ Citizen ของออสเตรเลีย น่าเห็นใจผู้หญิงไทยเราหลายคนที่ไปมีความสัมพันธ์กับชาวออสซี่จนติดลูกมา แต่ไม่รู้จักใช้สิทธิของลูก ใช้สิทธิของตนเอง บ้างก็รอจนลูกโตถึงมาถามคุณหมอวีซ่าว่าลูกทำสัญชาติออสเตรเลียได้ไหม แม่มีโอกาสไปอยู่กับลูกที่ออสฯได้ไหม เป็นต้น เรื่องนี้ หากท่านตกอยู่ในข่ายกรณีนี้ ก็รีบมาพบได้เลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องรอจนลูกโตก่อนค่ะ
ถ้าหากท่านผู้อ่านท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.immi.gov.au/migrants/family/parent/143/ และถ้าหากต้องการความช่วยเหลือในการยื่นวีซ่าประเภทนี้ CP International Education and Migration Centre ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ
และก็กระจายข่าวกันนิดนึง วันที่ 27 สิงหาคมนี้ เราจะมีงาน Parent Seminar กันที่โรงแรมปทุมวันปริ้นเซส สามารถลงทะเบียนจองที่นั่งกันได้ที่ http://www.cpinter.co.th/what_on_detail.php?id=94 นะค่ะ แล้วพบกับคุณหมอวีซ่าในงานค่ะ
0 comments:
แสดงความคิดเห็น